เป็นอีกความภูมิใจของกลุ่มบริษัท Specialty ขอบคุณผู้บริหารและทีมงานทุกๆคนที่ทำให้เราได้รับรางวัล Quality Award 2020 ด้านผู้ผลิตยาสมุนไพรคุณภาพ

เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผลิตสินค้าที่มีคุณภาพต่อไป


หม่อน

สุดยอดสมุนไพรเพิ่มภูมิคุ้มกันและพิชิตเชื้อไวรัส

นอกจาก flavonoid แล้วนั้น หม่อนหรือมัลเบอร์รียังเป็นผลไม้ที่อุดมด้วยสารอัลคาลอยด์ สารดังกล่าวมีประสิทธิภาพเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้นกันร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยจะเข้าไปทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์ Macrophages ซึ่งเป็นเซลล์ที่คอยทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคและเชื้อไวรัสที่มักเข้ามาจู่โจมเล่นงานภายในร่างกาย จึงทำให้ร่างกายของคุณมีภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแรงและลดโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่ายนั่นเอง

ใบหม่อนนอกจากใช้เป็นอาหารของหนอนไหมแล้ว ใบหม่อนสามารถนำไปทำเป็นชาสำหรับชงน้ำร้อนดื่ม หรือรับประทานใบและยอดอ่อนโดยตรงโดยการใส่ในต้มหรือแกงก็ได้ สารที่มีประสิทธิภาพสูงในใบหม่อน ได้แก่ flavonoid ซึ่งเป็นสาร phytoestrogen triterpene, ceramide, mulberroside และน้ำมันหอมระเหย ที่มีคุณสมบัติลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด ผลการวิจัยยังพบอีกว่าเมื่อผลหม่อนมีระยะการสุกเพิ่มขึ้น ปริมาณสารออกฤทธิ์ดังกล่าวข้างต้นจะมีมากเพิ่มขึ้นเช่นกัน

 

 


มะรุม

สุดยอดสมุนไพรเพิ่มภูมิคุ้มกันและพิชิตเชื้อไวรัส

มะรุมเป็นที่รู้จักดีในศาสตร์แพทย์โบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั่วเอเชียว่าสามารถพิชิตอาการเจ็บป่วย โดยเฉพาะส่วนของใบจะมีสรรพคุณ ฤทธิ์ลดความดันโลหิต, ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร, ฤทธิ์ต้านไวรัสHerpes simplex virus type I, ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย และอื่นๆอีกมาก การศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของใบมีสาร Flavonoids ที่มีสรรพคุณช่วยยับยั้งสารอนุมูลอิสระ และช่วยบรรเทาอาการของโรคต่าง ๆ ได้ รวมทั้งเสริมสร้างร่างกายและเซลล์ให้แข็งแรงทำให้ ร่างกายป่วยได้ยาก

มะรุมจัดเป็นพืชผักพื้นบ้านของไทยซึ่งเป็นพืชผักสมุนไพรโดยมีต้นกำเนิดในแถบทวีปเอเชีย มีการนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรเกือบทุกส่วนรวมทั้งเปลือกด้วย มะรุมอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวมหลายชนิด ซึ่งจุดเด่นของมะรุมก็คือจะมีวิตามินเอ ซี แคลเซียม โพแทสเซียม และธาตุเหล็กในปริมาณที่สูงมาก มะรุมยังมีประโยชน์ในการรักษาโรคได้หลายชนิด


พลูคาว

สุดยอดสมุนไพรเพิ่มภูมิคุ้มกันและพิชิตเชื้อไวรัส

    พลูคาวมีสารสำคัญในกลุ่มกลุ่มฟีนอลิก (Phenolic compounds) และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งสารเหล่านี่สามารถทำลายเชื้อไวรัสได้ ด้วยการเข้าไปยับยั้งเอนไซม์ที่เชื้อไวรัส เอาไว้ใช้ในขั้นตอนการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวน อีกทั้ง ยังสามารถกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถควบคุมกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นในร่างกายไม่ให้ร้ายแรงไปกว่าเดิมได้

    พลูคาว หรือ ผักคาวตอง เป็นพื้นท้องถิ่นของประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมประเทศไทยด้วยเช่นกัน มีประวัติการใช้มาอย่างยาวนาน รวมทั้งบรรจุในตำราการแพทย์ของจีน รวมทั้งไทยด้วย นิยมนำมาใช้ในการรักษาการอักเสบต่างๆ ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยรักษาโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจต่างๆ รวมทั้งสาเหตุจากเชื้อไวรัสด้วย


ฟ้าทะลายโจร

สุดยอดสมุนไพรเพิ่มภูมิคุ้มกันและพิชิตเชื้อไวรัส

ฟ้าทะลายโจร สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ ต้านไวรัสโดยเฉพาะไวรัสที่มีการติดเชื้อทางเดินหายใจ โดยฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่จะช่วยสร้างสมดุล ให้กับร่างกาย ช่วยทำให้มีการหลั่งสารคัดหลั่ง ในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งจะช่วยป้องกันให้ไวรัสเข้าไปโจมตีปอดของเราได้ยากมากยิ่งขึ้น ทำให้ร่างกายของเรา สู้กับโรคระบบทางเดินหายใจโดยมอบภูมิต้านทานที่มากขึ้น

ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาไข้หวัดมาอย่างช้านาน นิยมนําส่วนของใบและลําต้นใต้ดิน มาทําเป็นยารักษาโรค โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ ในฟ้าทะลายโจมีสาร Andrographolide ที่เป็นตัวยาสําคัญที่มีอยู่ในส่วนของ ราก ต้น ใบ ซึ่งมีตุณสมบัติในการ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ฆ่าเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย รวมไปถึงช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวให้จับกินเชื้อโรคได้ดี ยิ่งขึ้นอีกด้วย

ข้อมูลฟ้าทะลายโจร


ตลีผลา

สุดยอดสมุนไพรเพิ่มภูมิคุ้มกันต้านอนุมูลอิสระพิชิตเชื้อไวรัส

ตรีผลา อย่างที่เรารู้ๆกันว่า ตรีผลานั้น ประกอบไปด้วย สมุนไพร 3 ตัว ได้แก่ สมอไท มะขามป้อม สมอภิเภก ซึ่งในแต่ละตัว ล้วนแต่มีคุณสมบัติในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้งสิ้น ซึ่งมีส่วนช่วงอย่างมากในการต้านไวรัส ได้เป็นอย่างดี โดยในปัจจุบันการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกแนะนำให้ดื่ม “น้ำตรีผลา” ซึ่งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในการต้านเชื้อวรัส โดยสารสำคัญที่พบใน ตีผลา คือ สารกลุ่มแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารเฟลโวนอยด์ ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมการทำงานของเซลล์ให้แข็งแรง และสารเคอร์ซีติน ที่มีศักยภาพในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อไวรัส ได้ดีเช่นกัน

จากการทดสอบฤทธิ์ตลีผลาทางเภสัชวิทยา พบว่าตรีผลามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและลดอาการอักเสบที่ดี อีกทั้งยังช่วยป้องกันอันตรายจากการฉายรังสี รวมถึงยังช่วยกระตุ้นการทํางานของระบบ ช่วยลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอล ในเลือด นอกจากนี้สารสกัดตรีผลายังมีฤทธิ์ต้าน เซลล์มะเร็งได้อีกด้วย จากการทดสอบฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง พบว่าสารสกัดตรีผลาสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี โดยไม่เป็นพิษต่อเซลล์

ข้อมูลตลีผลา


เห็ดหลินจือ

 สุดยอดสมุนไพรเพิ่มภูมิคุ้มกันต้านไวรัส Covid19

ช่วงนี้ในประเทศไทยเจอมรสุมครั้งยิ่งใหญ่ในการต้องต่อสู้กับไวรัส Covid19 ซึ่งหนทางในการป้องกันนอกจากอุปกรณ์ทั่วๆไปแล้วนั้น ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยเช่นกัน ระบบภูมิคุ้มกันเปรียบเหมือนป้อมปราการณ์ที่คอยกำจัดและป้องกันสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ซึ่งหากร่างกายของเรามีภูมิคุ้มกันที่ดี จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส COVID19 รวมถึงเชื้อโรคอื่นๆได้ด้วย

ซึ่งการเลือกรับประทาน เห็ดหลินจือ ก็เป็นอีก 1 ทางเลือดที่ดี เพราะ เห็ดหลินจือ มีส่วนช่วยในการเพิ่มการทำงานของ T และ B lymphocytes เซลล์โมโนนิวเคลียร์ และกลุ่มเซลล์เม็ดเลือดขาวอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย  และนอกจากนี้ใน เห็ดหลินจือ มีสารพอลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์หลัก มีส่วนช่วยในการเพิ่มและขยายตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งมีผลในการเพิ่มความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้อีกด้วย

ระบบภูมิคุ้มกันเป็นระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันร่างกายของเราจากสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และสารเคมีที่เราอาจได้รับไนแต่ละวัน สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ มะเร็ง และอาการแพ้ต่างๆ หากภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่องจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อร่างกาย เนื่องจากร่างกายไม่สามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคออกไปได้

เห็ดหลินจือสามารถเพิ่มประสิทธิภาพภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ โดยมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเม็ดเลือดขาวเพื่อสร้าง cytokines ซึ่งช่วยให้เม็ดเลือดขาวสามารถกำจัดและควบคุมเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรค ในสารสกัดเห็ดหลินจือมีสารเบตากลูแคนที่สามารถปรับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้อีกด้วย

 

ข้อมูลเห็ดหลินจือ


ป้องกันแสงสีฟ้า

แสงสีฟ้า คืออะไร ? 
แสงในโลกนี้ประกอบด้วยแสงที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และแสงที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยแสง UV จากดวงอาทิตย์ เป็นแสงที่ไม่สามารถมองเห็นได้ ในทางตรงกันข้าม แสงที่สามารถมองเห็นได้คือแสงที่ดวงตาของเรามองเห็นเป็นสีต่างๆ เช่น แสงสีม่วง แสงสีคราม แสงสีแดง แสงสีเขียว แสงสีเหลือง แสงสีส้ม และแสงสีฟ้า ส่วนแสงสีฟ้าที่จะกล่าวถึง จะอยู่ในรูปของช่วงสี ตั้งแต่แสงสีเขียวอมฟ้า ไปจนถึงแสงสีฟ้าอมม่วง

แสงสีฟ้าเป็นอันตรายหรือไม่ ?

แสงในช่วงสีฟ้าอมม่วง จะเป็นอันตรายต่อดวงตา และผิวพรรณของเรา ถ้าเราได้รับมันมากเกินไป สาเหตุเหล่านี่เกิดจาก การใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และหน้าจอ เป็นเวลานาน ๆ ดังนั้น เราจึงมีความจำเป็น ในการป้องกันผิวพรรรณ และดวงตาของเรา จากแสงสีฟ้าเหล่านี้ เพราะเราไม่สามารถหลีกเลียงในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะคนวัยทำงานได้

แสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตรายมีอยู่ที่ใดบ้าง ?

แสงสีฟ้า ที่เป็นอันตรายมีอยู่ทุกที่ทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง เกิดจากทั้งอุปกรณ์ต่างๆ และจากดวงอาทิตย์ (แสงสีน้ำเงินที่เปล่งออกมาจากดวงอาทิตย์ เป็นสาเหตุที่ทำให้ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า) ความจริงก็คือ ดวงอาทิตย์เปล่งแสงสีฟ้า ที่เป็นอันตรายที่มีความเข้มมากกว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และหน้าจอดิจิทัลถึง 100 เท่า

BluVLite ป้องกันแสงสีฟ้า

ในโลกยุคปัจจุบัน ที่เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวัน เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย กับการสัมผัสแสงจากจอหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแสงไฟ ซึ่งอุปกรณ์ที่เราใช้เหล่า นี้จะปล่อย แสงสีฟ้า ที่เรียกว่า “Blue Light” ออกมา Blue Light คือแสงที่ผสมอยู่ในช่วงแสงสีขาว ที่มนุษย์มองเห็น โดยมีความยาวคลื่น 400-500 นาโนเมตร มีพลังงานสูง high-energy visible (HEV) นอกจากนี้ยังมีแสงจาก UV ซึ่งเป็นแสงที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ มีความยาวคลื่น 200-400 นาโนเมตร โดยจะแบ่งเป็น UVA, UVB และ UVC ซึ่งแสง Blue Light และแสง UV เป็นอันตรายต่อผิวหากได้รับในปริมาณที่มากไป

อาจพูดได้เลยว่า การใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ หรืออยู่ภายใต้แสงไฟเป็นเวลานาน ๆ ทำให้เราได้รับผลของแสง “Blue Light” ซึ่งมีอันตรายต่อดวงตารวม ถึงผิวของเรา หากผิวได้รับแสง Blue Light เป็นเวลานานๆ จะส่งผลทำให้ผิวหนังสร้างเมลานินขึ้นมา มีผลทำให้ผิวหมองคล้ำ และยังก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ อาจทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้ ไม่ต่างจากการถูกแสงแดด  อีกทั้งยังไปลดการหลั่งของฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) ทำให้นอนหลับยาก นอนหลับไม่สนิท หรือนอนหลับได้เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ

ซึ่งในการใช้ชีวิตประจำวัน เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้า และรังสี UV ได้ BluVLite จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันผิวจาก แสงสีฟ้า และรังสียูวี ด้วยการนำคุณค่าสารสกัด 3 ชนิด ได้แก่สารสกัด ทับทิม (Pomegranate), สารสกัดอัญชัญ (Blue pea) และ สารสกัดมังคุด (Mangosteen) ที่มีคุณสมบัติสามารถดูดกลืนแสงสีฟ้า และรังสียูวี ด้วยสารสกัดที่เป็นธรรมชาติ แม้จะส่งผลได้ไม่รวดเร็วเท่าสารเคมี แต่จะไม่เกิดผลร้ายข้างเคียงใดๆ ต่อผิวหนัง และให้การปกป้องผิวทันทีที่ใช้ รวมถึงปกป้องผิวด้วยค่า SPF ที่สูงสุด โดยใช้นวัตกรรม BioCPX

นวัตกรรม BioCPX

นวัตกรรม BioCPX  เป็นการรวบรวมสารสกัดจากธรรมชาติมา Synergist เพื่อให้สามารถดูดซึมแสงสีฟ้าและรังสียูวีไม่ให้สามารถแทรกซึมเข้าสู่ผิว และคุณสมบัติของสารสกัดสมุนไพรที่ช่วยฟื้นฟูสภาพเซลล์ผิวลึกล้ำจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ปกป้องผิวหนังไม่ให้ถูกทำลาย ลดการเกิดอนุมูลอิสระ และริ้วรอย

แหล่งข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม

สารอาหารบำรุงสายตา

สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตา ประกอบไปด้วย

  • สารในตระกูลแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ซึ่งในธรรมชาติมีมากถึง 600 ชนิด แต่มีเพียง 2 ชนิด คือ ลูทีน (Lutein)  และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ที่พบในบริเวณเนื้อเยื่อตา และพบมากที่สุดบริเวณจุดศูนย์กลางของจอประสาทตา เป็นสาร Antioxidant ที่ช่วยเรื่องการบำรุงสายตา ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต้อกระจกและโรคจอตาเสื่อม ทั้งยังช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลายโดยการลดอนุมูลอิสระและกรองแสงสีน้ำเงินที่จะทำลายดวงตา
  • สารไลโคปีน (Lycopene) จากผิวมะเขือเทศ เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ที่เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ มีบทบาทสำคัญในการบำรุงร่างกาย ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคต้อกระจก ป้องกันเยื่อบุตาอักเสบ ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ลูกตา และช่วยบำรุงสายตา ทำให้มองเห็นในที่มืดได้ดี
  • สารแอนโทไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides) จากบิลเบอร์รี (Bilberry) เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อดวงตาอย่างมาก ช่วยป้องกันต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม และโรคทางตาอื่นๆ จึงมักพบเห็นบิลเบอร์รีในอาหารเสริมช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ดีมาก ช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และต่อต้านการอักเสบ
  • สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) พบในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่รวม (Mixed Berry Blend) ประกอบด้วย บิวเบอร์รี (Bilberry) ช่วยบำรุงสายตา ขจัดสารพิษตกค้างบริเวณหลอดเลือดและระบบเลือด เสริมสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจน แครนเบอร์รี (Cranberry) ช่วยยับยั้งการจับตัวของแบคทีเรีย ลดความเสี่ยงการเกิดโรคปัสสาวะอักเสบ บลูเบอร์รี (Blueberry) มีวิตามิน C และ วิตามิน E สูง ช่วยต้านอนุมุลอิสระ ชะลอความแก่ ราสเบอร์รี (Raspberry) ลดโอกาสเกิดมะเร็งผิวหนังและมะเร็งเต้านม ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดผิวหมองคล้ำเสีย ป้องกันการเกิดริ้วรอย ช่วยให้ผิวสดใส เปล่งปลั่งและสมานผิว ช่วยในการหมุนเวียนโลหิต ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้อย่างปกติ และมีประสิทธิภาพ และโกจิเบอร์รี (Goji Berry) หรือเก๋ากี้ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เสริมการทำงานของแอนติบอดี้ ช่วยต้านการอักเสบ ต้านเชื้อจุลินทรีย์ บำรุงร่างกายให้แข็งแรง บำรุงผิวพรรณ ชะลอความชรา ลดระดับคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือดได้
  • สารเบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้ดี ป้องกันผิวจากอันตรายของรังสีอัลตราไวโอเลตที่มากับแสงแดด ผิวพรรณสุขภาพดี ไม่มีริ้วรอยแก่ก่อนวัย ดูสดใสอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสภาพปกติของเซลล์เยื่อบุตาขาว กระจกตา ช่องปาก ทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ รวมถึงทางเดินปัสสาวะให้เป็นปกติ และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดี
  • วิตามินเอ (Vitamin A Acetate) วิตามินสำหรับดวงตา มีประโยชน์ต่อสมรรถภาพในการมองเห็น ช่วยให้มองเห็นในที่ที่มีแสงสว่างน้อย และมองเห็นสีสันต่างๆ เป็นปกติ นอกจากนี้ยังควบคุมการผลิตและการทำงานของเซลล์ผิวหนังและเซลล์เยื่อบุทั่วร่างกายให้เป็นปกติ
  • วิตามินอี (Vitamin E DL-Alpha-Tocopheryl Acetate) สารต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่ดี ป้องกันการทำลายเซลล์หรือลดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงภาวะผนังหลอดเลือดแข็งตัว, โรคหัวใจ, ภาวะความดันโลหิตสูง, ภาวะปวดอักเสบข้อ, ความแก่ หรือภาวะมะเร็งตามมาได้ในระยะยาว
  • วิตามินบี (Vitamin B Complex) เกี่ยวข้องกับการทำงานของเอนไซม์ต่างๆ ในร่างกาย ช่วยในการผลิตกรดอะมิโน เสริมสร้างร่างกายที่สึกหรอ ช่วยรักษาสมดุลของระบบต่างๆ Vitamin B1 ช่วยลดอาการชาตามปลายมือปลายเท้า Vitamin B2 ช่วยเร่งขบวนการเผาผลาญสารอาหารคาร์โบไฮเดรตและไขมัน Vitamin B3 ทำให้ร่างกายสดชื่นได้อย่างรวดเร็ว Vitamin B5 ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น บำรุงผิวหนังและระบบประสาทให้ทำงานได้ดีขึ้น Vitamin B6 จำเป็นในขบวนการสร้างฮอร์โมนและสารสื่อประสาทต่างๆ ในร่างกาย ลดอาการสมองเสื่อมและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย Vitamin B12 ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง กระตุ้นการเจริญเติบโตในเด็กและระบบการย่อยอาหารและดูดซึมอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเร่งขบวนการเผาผลาญสารอาหารต่างๆ ให้เกิดเป็นพลังงาน
  • สารสกลัดจากเปลือกสน (Pine Bark Extract) เป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยชะลอความแก่และช่วยลดความหยาบกร้านของเซลล์ผิวทำให้ผิวพรรณดูสดใสเปล่งปลั่งและช่วยเร่งการขจัดเม็ดสีที่ตกค้างซึ่งเป็นสาเหตุของกระและฝ้า ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวทำให้กระและฝ้า ดูจางลง
  • สารสกัดจากมะขามป้อม (Emblica Extract) บำรุงอวัยวะแทบทุกส่วนของร่างกาย คือ ผม สมอง ดวงตา คอ หลอดลม ปอด หัวใจ กระเพาะ ลำไส้ ตับ ไต ตับอ่อน ผิวหนัง แก้น้ำเหลืองเสีย ปรับประจำเดือนให้มาปกติ บำรุงเลือด บำรุงกำลัง ช่วยลดความดันเลือดสูง ในแง่ของการบำรุงสายตา ในมะขามป้อมเต็มไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระมากมายที่ช่วยบำรุงเส้นเลือดฝอยและรักษาทำงานของเซลล์จอประสาทตา ช่วยลดอาการคันและอาการตาแห้งได้
  • สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นของอิลาสติน เพิ่มการสร้างเส้นใยผิวหนัง เส้นเอ็นปลายกล้ามเนื้อ และเอ็นยึดข้อต่อตลอดจนกระดูกอ่อน เพิ่มการไหลเวียนโลหิตผ่านระบบหลอดเลือดฝอยไปทั่วร่างกาย ป้องกันเส้นเลือดฝอยแตก อันเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด และเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ช่วยต่อต้านการสร้างอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด

ข้อมูลจาก https://www.bangkokhospital.com/index.php/th/diseases-treatment/blue-light-destructive-to-eye


เห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ(Reishi, Ling-zhi, Holly mushroom) มีต้นกำเนิด แถบภูเขา ในประเทศจีน และญี่ปุ่น ใช้เป็นยาจีน (Traditional Chinese medicine) เพื่อบำรุงร่างกาย (Tonic herbs) เป็นยาอายุวัฒนะ (Increasing longevity) มานานนับพันปี มีรายงานวิจัยพบว่า สารกลุ่ม Triterpenes และ Polysaccharides มีฤทธิ์ ลดระดับน้ำตาลในเลือด และสามารถ ลดพิษต่อตับ สรรพคุณอื่นๆ ได้แก่ ต่านมะเร็ง ขับปัสสาวะ รักษา หลอดลมอักเสบ โรคปอด ข้ออักเสบ สารสกัดเห็ดหลินจือ สามารถใช้ เป็นส่วนผสม ในผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แชมพูสระผม เป็นต้น

เห็ดหลินจือ (อังกฤษ: Lingzhi) เป็นยาจีน (Chinese traditional medicine) ที่ใช้กัน มานานกว่า 2,000 ปี นับตั้งแต่ สมัยจักรพรรดิ ฉินซีฮ่องเต้ เป็นต้นมา เห็ดหลินจือ เป็นของหายาก มีคุณค่าสูง ในทางสมุนไพรจีน และได้ถูกบันทึก ไว้ในคัมภีร์โบราณ “เสินหนงเปินเฉ่า” ซึ่งเป็นตำรา เก่าแก่ ที่สุดของจีน มีคนนับถือมากที่สุด ได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” (Spiritual essence) มีพลังมหัศจรรย์ บำรุงร่างกาย ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ในการยืดอายุออก ไปให้ยืนยาว ทำให้ผิวพรรณ เปล่งปลั่ง และ ยังสามารถรักษาโรค ต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง
      เห็ดหลินจือ จัดเป็นรา ขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ที่มี รูปร่างคล้ายไต สีแดงอมน้ำตาล หรือสีม่วงแก่ มี ลายวงแหวน มีความวาว เป็นมัน มีลักษณะแข็ง เหมือนเนื้อไม้ ปลายรอบนอก สุดของหมวกเห็ด บาง และม้วนเข้า ด้านในเล็กน้อย ผิวในของหมวก เห็ดมีสีขาว หรือ น้ําตาลอ่อน ก้านดอกเห็ดมีสี น้ําตาลแดง มีเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 4 ซ.ม
องค์ประกอบทางเคมี
1. โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) มีโครงสร้างหลักเป็น เบต้า – ดี – กลูแคน
2. ไทรเทอร์ปินอยด์ ( Triterpenoids) มีโครสร้างเป็น Lanostanoid พบมากกว่า 60 ชนิด เป็นสาร ที่มีรสขม
3. สเตียรอยด์ ( Steriods) ที่สําคัญ คือ ergosterol
4. โปรตีน ที่สําคัญ คือ Ling Zhi-8 ประกอบด้วยกรดอะมิโน 110 โมลิกุล มี คาร์โบไฮเดรตในโมลิกุล 1.3%
5. นิวคลีโอไซด์ และ นิวคลีโอไทด์ (Nucleisidesand Nuleotides)
6. ไลปิดส์ (Lipids) ได้แก่ behenicacid , lignocericacid , linoleicacid , nonadecanoic acid , oleic acid , paimiyicacid , stearicacid และ tetradec-cis-9-enoic acid
7. สารกลุ่มอื่นๆ กลุ่ม sesquiterpenes เช่น 15-hydroxyacorenone กลุ่ม quinoids เช่น crysophanicacid , crysophanicacid glucoside สารประกอบกํามะถัน เช่นcyclooctasulfur สารประกอบอินทรีย์ เช่น germanium
เห็ดหลินจือ

สารสำคัญ ในสารสกัดเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ

คุณสมบัติ

  1. β-D-glucan กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ของผิวหนัง ช่วยยับยั้ง อาการระคายเคือง ปกป้องผิว และทำให้ริ้วรอยต่างๆ เรียบขึ้น
  2. Triterpenes ยับยั้งการหลั่งฮีสตามีน (Histamine release) ซึ่งทำให้เกิดอาการแพ้
  3. Nucleosides และ Nucleotides ให้พลังงานต่อผิว
  4. Polysaccharides มีประสิทธิภาพ ในการต้าน การเกิดอนุมูลอิสระ และจับอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอย รวมทั้งป้องกัน การทำลายดีเอ็นเอ

ประโยชน์ของสารสกัดเห็ดหลินจือ

  1. สารสกัดเห็ดหลินจือ ช่วยต้านมะเร็ง
  2. สารสกัดเห็ดหลินจือ ช่วยบำรุงหัวใจ
  3. สารสกัดเห็ดหลินจือ ช่วยบำรุงใต
  4. สารสกัดเห็ดหลินจือ ช่วยควบคุม น้ำตาล
  5. สารสกัดเห็ดหลินจือ ช่วยในการควบคุม ความดันโลหิตที่สูง
  6. สารสกัดเห็ดหลินจือ ช่วยลด ไขมันในเส้นเลือด
  7. สารสกัดเห็ดหลินจือ ช่วยบำรุงตับ
  8. สารสกัดเห็ดหลินจือ ช่วยรักษา โรคภูมิแพ้
  9. สารสกัดเห็ดหลินจือ ช่วยเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกัน

คุณสมบัติของเห็ดหลินจือ :
– เพิ่ม ภูมิต้านทาน ไม่ติดเชื้อง่าย เช่น ไวรัสตับอักเสบ วัณโรค หวัด เริม งูสวัด

– แผลหายเร็ว ในผู้ป่วยเบาหวาน

– ลดผลข้างเคียง จากการรับเคมีบําบัด ในผู้ป่วยมะเร็ง

– ลดความเสี่ยง ของซีสต์ เนื้องอก หรือมะเร็ง

– ควบคุม ระดับน้ําตาลในเลือด ป้องกันเบาหวาน

– ชะลอแก่ ลดริ้วรอย รอยย่น

– ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ลดการเกิดแผลเป็น

– ป้องกัน โรคกระดูกพรุน

– ลดอัตราเสี่ยง ของโรคหัวใจขาดเลือด

– ให้พลังงาน แก่ร่างกาย แก้อ่อนเพลีย

– ลดความเสื่อม ของอวัยวะทั่วร่างกาย

– บํารุงสมอง

– บรรเทาอาการ ปวดไมเกรน

– บรรเทาอาการ ไม่สบาย ก่อนมีประจําเดือน เช่น ปวดท้อง หงุดหงิด

– บรรเทาอาหาร อักเสบของ ข้อต่อ เส้นเอ็น กระดูก ลดอาหารปวดกระดูก หรือไขข้อ

– บรรเทาอาการ ภูมิแพ้ ผิวหนัง ผื่นคัน